เพชรพระอุมา-นรกสางเขียว 2+3

 คืนนั้นกว่าคนไข้ จะรู้สึกตัวก็ปาเข้าไป เกือบตีสาม แต่ด้วยความอึดของคนเผ่านี้

คนไข้สามารถลุกขึ้นนั่งเเละ ตอบคำถามของ รพินทร์ ได้ โดยรพินทร์ทดลอง ใช้ภาษาหลายภาษา แต่กว่าจะสื่อ

สารกันได้เล่นเอาเมื่อย เมื่อซักถามกันจนเป็นที่เข้าใจแล้ว รพินทร์จึงหันมาพูดกับคณะนายจ้าง

           "หนุ่มคนนี้ชื่อ เกอะ เป็นชาวเผ่า ราบรี หรือที่พวกเราเรียกว่า ผีตองเหลือง ก่อนเกิด

เหตุ เกอะ ลูกสาว และน้องชาย ได้เดินป่าหลงเข้าไป ในถิ่นของ สางเขียว.."

          "เดี๋ยว สางเขียว คืออะไร..."ไชยยัน ถามพลางจับท่อนเเขน รพินทร์ บีบเบาๆ

           "ไอ้ผมเองก็ไม่เคยพบเจอด้วยตัวเองครับ เคยแต่ได้ฟังจากพรานเก่าๆเล่าให้ฟังว่า  ในดงดิบ

ที่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึง มีชนเผ่าดุร้ายเผ่าหนึ่ง ชอบเอาสีเขียวมาทาตามตัว มีพฤติกรรมที่ดุร้าย โหด

เหี้ยม โดยเฉพาะกับศัตรู คนต่างเผ่า ถ้าตกไปอยู่ในมือ ของสางเขียว จะถูกกระทำต่างๆนาๆ เป็นการ

ทรมาน สุดท้ายจะสังหาร ด้วยวิธีการ คลักหัวใจออกมา ในขณะที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ พูดง่ายๆคือควัก

หัวใจออกทั้งเป็น แล้วนำไปเป็นอาหาร คนป่าเผ่านี้เรียกว่า สางเขียว..."รพินทร์เล่าด้วยสีหน้าอันเคร่ง

ขรึม

         "นี่เรากำลังเจอ มนุษย์กินคนหรือนี่.."เสียง ไชยยัน แปร่งๆ มือยังงบีบกล้ามเเขน รพินทร์

หน้าตาบอกถึงความสยดสยอง

           "ใช่ครับ เรากำลังจะเจอ วิกฤตการณ์ อีกครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าเราเลี่ยงไม่พ้น ขอบอกให้

ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้เราอยู่ใน สถานการณ์ที่ล่อแหลม และอันตรายที่สุดครั้งหนึ่งเลย..."รพินทร์ย้ำ

          "คุณยังเล่าเรื่อง ของนายเกอะ ไม่จบเลย เล่าต่อสิค่ะ..."ดาริน แทรกขึ้น

         "...... เกอะและพวก ได้หลงเข้าไปในถิ่นของ สางเขียว พอรู้ตัวก็พยายาม

หนีออกมา โดยไม่รู้ตัวว่าพวกสางเขียวตามมา พอถึงจุดที่เราพักอยู่นี่ ก็คิดว่าคงพ้นแล้ว จึงพักผ่อน

ขณะที่กำลังหลับอยู่ ก็มีลูกธนูถูกระดมยิงเข้ามา เกอะโดนยิงที่ท้อง เลยคลานไปหลบที่พงหญ้า ส่วน

ลูกสาวกับน้องชาย คาดว่าถูกจับไปแล้ว เรื่องก็มีเท่านี้แหละครับ..."รพินทร์ หันมายิ้มให้ ชัยยันต์

          "...แล้วนี่เราจะเอายังไงกันต่อดี..."ไชยยัน ยิ้มตอบ มือยังคงนวดกล้ามเเขน รพินทร์ ไม่เลิก

          ".ตอนเช้าเราควร ออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดครับ ส่วนจะกลับไปตามแผนของเรา หรือจะไป

ช่วยพวกหลงป่าต่อ ก็สุดแท้แต่พวกท่านก็แล้วกันครับ ผมยังไงก็ได้ครับ"

นายจ้างหลังจากรู้เเผนเเล้วก็เเยกกันไปพักผ่อน เหลือ รพินทร์ กับ ไชยยันต์ นวดเเขนกันอยู่สองคน

"คุณไชยยันต์นวดเก่งจัง ผมปวดขามากเลย นวดขาให้ผมหน่อยสิครับ"

พูดจบ ไชยยันต์ ก็กางปลดเข็มขัดหนังปล่อยกางเกงยีนไปกองที่เข่าโชว์กล้ามขาเป็นมัดๆ

 ไชยยันต์ไม่รอช้าใช้สองมือตรงเข้านวดด้วยความช่ำชอง

"อ่าา...ซู๊ดดด...นวดเก่งมากเลยครับ คุณไชยยันต์"

"รู้สึกยังไงมั่ง"ชัยยันต์เน้นนวดตรงขาหนีบ

"ตัวเบาเลยครับผม"รพินทร์ชักตาปรือเเล้วตอนนี้

"ไม่ใช่ตัวเบาหยั่งเดียวเเล้วมั้ง 555"

ชัยยันต์  นวดไปแซวไปตาจ้องดูท่อนเอ็น รพินทร์ ที่ตุงเป็นลำ หัวควยดันขอบเอวกางในออกมาเเดงเถือก

"เงี่ยนด้วยครับคุณไชยยันต์ อยู่ในป่าเเบบนี้หาหีเย็ดไม่ได้ 555...แย่ชิบ" 

"เเดงเถือกหยั่งงี้..เชื่อเเล้วว่าเงี่ยน..555..."ชัยยันต์ ไม่พูดเปล่า แต่ดึงยางยืดขอบเอวกางเกงในลงทำเอามันถอกควยลงจนสุด

"ทำไงได้ล่ะครับ อยู่ในป่าในดงเเบบนี้ก็ต้องทนเงี่ยนกันหน่อย..แต่ผมว่าคุณชัยยันต์ก็เงี่ยนไม่แพ้ผมเหมือนกันนะครับ ตุงเป็นลำเลย"   

ชัยยันต์ ทำหน้าเขินๆ"ก็มีบ้างงงงง...555"


                         

          พวกนายจ้าง ปรึกษากันอีกครั้งหนึ่ง โดยมีผลสรุปว่า ให้ไปช่วยฝรั่งชุดนั้นก่อน

          พอเริ่มเห็นแสง รพินทร์ก็สั่งเดินทางต่อ โดย เกอะไม่ยอมร่วมเดินทางไปด้วย

         "ชาวป่าที่นี่โคตรทรหด อย่างเกอะพอลุกจากเตียงสนามได้ ก็เดินปร๋อเลย เหมือนกับ

ไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน..."เชษฐา เข้ามาเดินคุยกับรพินทร์

         "ครับ ชาวป่าก็เหมือนสัตว์ป่า ที่เกิดมาพร้อมความทรหดแข็งแรง ไม่งั้นก็ไม่สามารถดำ

รงชีวิตอยู่ได้.."

         " ...ยังอีกไกลมั๊ย กว่าเราจะถึงที่พัก ของฝรั่งทั้งสอง..."

          "...คาดว่าไม่เกินเที่ยง เราคงจะไปถึงครับ.."

          สี่ชั่วโมงถัดมา ขบวนของรพินทร์ ก็ได้เดินทางมาถึงที่พัก ของฝรั่งนักสำรวจทั้งสอง เมื่อ

พบกันก็เข้าทำความรู้จักกัน ต่างก็ยินดีที่ได้พบกัน ท่ามกลางป่าเขา ที่มีโอกาสน้อยนัก ที่จะเจอกับนัก

ผจญภัยขบวนอื่น

         "รพินทร์ ฉันไม่นึกเลย ว่าจะเจอคุณอีก...มาเรียเข้ามาทักด้วยความดีใจ

          "ครับ ผมก็นึกไม่ถึง ว่าจะเจอคุณที่นี่ แต่ก็น่าเสียดาย ที่พรุ่งนี้เราก็ต้องจากกันอีกเเล้ว ผมจะ

แบ่งกระสุน และยา ให้กับคุณ ผมเสียใจที่ต้องรีบเดินทาง เพราะจุดหมายการเดินทาง ของคณะผมมี

เงื่อนเวลามากำหนด...รพินทร์ ตอบเศร้าๆ

       "ไม่เป็นไรเท่านี้ก็ขอบคุณ มากแล้ว เราคงไม่รบกวนไปมากกว่านี้หรอก"..สเตเกล

สามีของมาเรียเข้ามาคุยด้วย

         ".สำหรับวันนี้ พวกเราจะหยุดพัก กันที่นี่คืนหนึ่ง..."เศรษฐา ข้ามาสมทบ

          มาเรีย เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง อย่างที่บุญคำเคยพูด มาเรียมีหน้าตา และรูปร่างที่

ยั่วยวน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เปิดเผย ไม่เคยคิดจะปิดบังความรู้สึก การแต่งกายก็ล่อแหลม ฉะนั้นจึง

ตกเป็นอาหารตา แก่บรรดาลูกสมุนของรพินทร์ โดยทั่วหน้า



        "ไอ้จัน มึงเห็นนมแหม่มมั๊ยวะ ยั่งกับเอามะพร้าวยัดไว้ ขาวอวบน่าบีบชิบ คง

จะมันพิลึก ดูสิเสื้อเปิดจนเห็นเกือบหมดเต้า เวลาก้มล่ะมึงเอ้ย อ้าวไอ้จันมึง ไม่ได้ฟังกูรึ..."

         " ...ฟังอยู่.....แต่ชั้นชอบดูข้างล่างมากกว่า ดูสิกางเกงขาสั้น สั้นจนเห็นกลีบแคม

เลย ฉันว่าแหม่มไม่ได้ ใส่กางเกงในแน่ๆ ฉันเห็นขนทองๆแลบออกมา ดูสิพออ้าขายิ่งเห็นชัด น่าจับ

ยกขาแล้วเสย ซื่ด พี่คำว่า แหม่มกับ นายหญิง ใครน่าเย็ดกว่ากัน..."

         "น่าเย็ดทั้งคู่นั่นแหละ นายหญิงถึงจะนมเล็กกว่า แต่ก็พอดีมือ หีก็คงยังไม่แหก เพราะ

คงโดนมาไม่กี่ครั้ง ส่วนแหม่มหีคงถูก ไอ้ฝรั่งนั่นใช้งานอย่างหนัก ป่านนี้คงจะบานน่าดู แต่ไม่เป็นไร

กูว่าควยกูใหญ่กว่า ไอ้ฝรั่งนั่นแน่นอน นายหญิงเวลาถูกเย็ด คงจะได้ความรู้สึก แบบสาวเอเซีย ส่วน

แหม่มมาเรียคงจะร้อนร่านน่าดู ซื่ด พูดแล้วควยแข็ง..."

         ".พวกเราได้แต่พูด เมื่อไหร่จะได้กระแทก สักทีล่ะพี่คำ."

      "มันต้องมีโอกาสแน่ และข้าคาดว่า เวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว."

          ประมาณบ่ายสี่โมง ขณะที่คณะของรพินทร์กำลังพักผ่อน อยู่ๆก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา

ปัง ปัง สองนัด ทุกคนสะดุ้งตื่น เห็นไอ้เกอะวิ่งตาเหลือก เข้ามาในบริเวณที่พัก เชษฐาตะโกนถาม

เสียงดังลั่น

          "เกิดไรขึ้น...ใครยิงปืน..."

     ".เสียงปืนดังมาจากทางลำธาร..."รพินทร์ตะโกนตอบ

         " ...นาย ไอ้เกอะ บอกว่า สางเขียวบุก..บุญคำ ร้องบอก รพินทร์

          เหตุการณ์ทุกอย่าง เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ทุกคนจับปืนแล้ววิ่ง ไปที่ลำธาร  รพินทร์ไปถึง

ก่อน เห็นสเตเกลเปลือยกาย ถูกยิงด้วยธนูนอนจมกองเลือดอยู่ เขาจึงเข้าไปประคอง ได้ยินเสียงสเต

เกลร้องว่า

          "...ช่วยเมย์ด้วย เมย์ถูกพวกมันจับไป ช่วยด้วย ฝ..ฝะ..ฝากเมย์ด้วย.."แล้วสเตเกล ก็ขาด

ใจตาย ต่อหน้าต่อตา รพินทร์

          "...มีอะไรเกิดขึ้น สเตเกลเป็นอะไร..."เชษฐา เข้ามาสมทบ

          รพินทร์ เงยหน้าขึ้น ก็เห็นทุกคนมาถึงกันหมดแล้ว "...ผมไม่ทราบ มาถึงก็

เห็นสเตเกลถูกยิงด้วยธนู นอนจมกองเลือดอยู่ จึงเข้าประคอง แต่คาดว่า เสียงปืนที่เราได้ยิน คงเป็น

เสียงปืนของสเตเกล ยิงต่อสู้ กับพวกสางเขียว..."

       ".สเตเกลตายแล้ว เมย์ล่ะ เมย์หายไปไหน...ดาริน ทำท่าตกใจ

      "ถูกพวก สางเขียวจับตัวไป คงยังไปไม่ได้ไกล.."รพินทร์ตอบ ใบหน้าบอกถึงความวิตก

          ทันใดนั้นเอง ก็มีลูกธนู ยิงมาติดๆกันหลายดอก 

          "ทุกคนหลบ พวกสางเขียวโจมตีแล้ว..."แล้วเขาก็ฉุดดาริน ล้มลงแอบอยู่หลังก้อนหิน

ร้องสั่งให้ทุกคน ยิงตอบโต้ทันที

          เสียงปืนที่ดังอย่างกับพลุแตก ไม่เป็นผลกับพวก สางเขียวที่บุกมาเป็นจำนวนมากเลย ตัว

ไหนตายก็มีตัวใหม่ถือหอก วิ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย

          รพินทร์ร้องบอกให้ทุกคน ถอยไปตั้งหลักที่บริเวณแค้มป์ การต่อสู้ระหว่างปืนกับธนู เป็น

ไปอย่างหนัก ฝ่ายคนเมืองได้เปรียบ ตรงมีที่กำบัง จึงยังไม่มีใครเป็นอันตราย ส่วนพวกคนป่า เหมือน

วิ่งเข้าไปตาย แต่มีจำนวนเยอะ จึงยังยันกันอยู่ได้

      ".แม่งเอ้ย ตายไม่หมดสักที่ ต้องเจอนี่.."ไชยยันร้อง แล้วเอาลูกระเบิดสำหรับขว้าง

ออกมาสองลูก แล้วขว้างออกไปที่กลุ่ม ของสางเขียว

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ อานุภาพ หรือเสียงดัง ของระเบิดทั้สองลูก พวกสางเขียว แตกกระเจิง

หายไปในราวป่า กันหมดจนไร้ร่องรอย ทิ้งไว้แต่ซากศพ หลายสิบชาก กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณแค้ม

         "มีใครบาดเจ็บมั๊ย..."เชษฐา ถามด้วยความเป็นห่วง

         "รู้สึกคุณหญิงจะเท้าแพลง ตอนสะดุดหินนะครับ..."รพินทร์ รายงาน

         "เป็นไงบ้างน้อย...เชษฐาถาม น้องสาว

        "เจ็บมากค่ะ คาดว่าคงจะเดินไม่ถนัด..."

         " ...เมย์ถูกจับตัวไป เราต้องตามไปช่วย รพินทร์คุณคิดว่ายังไง..."เชษฐา

ถามพลางเอามือจับไหล่ รพินทร์



         "เราต้องตามไปช่วยครับ และต้องเร็วด้วย เพราะมันหมายถึง ความปลอดภัยของเมย์"...รพินทร์

ตอบด้วยความมุ่งมั่น

          "...ฉัน ไปด้วย..."ดาริน เสนอตัว

         "น้อย ผมรู้ว่าเธอเป็นห่วงเมย์ แต่เธอขาแพลง เธอไปกับเราไม่ได้หรอก..".ไชยยัน ออกความเห็น

          "...แต่..."ดารินพยายามจะประท้วง

          ...ไม่มีแต่ น้อย ทำตามที่ไชยยันพูด...เชษฐาตัดสิน แล้วพูดต่อ...เราจะทิ้ง น้อย พรานผู้

ช่วยทั้งสี่ คะหยิ่น ส่างปา ไว้ที่แค้มป์ ส่วนที่เหลือ ให้จัดเตรียมกระสุนเต็มอัตรา เสบียงให้พอสามวัน

ทำเดี๋ยวนี้เลย...

        "นายใหญ่ ส่างปาไปด้วย ส่างปาจะไปช่วยนายแหม่ม..."ส่างปา ผู้ช่วยพรานหุ่นล่ำเสนอตัว

          "คุณเห็นเป็นไงรพินทร์.."เชษฐาถามมือยังคงเกาะไหล่ รพินทร์

          "ไม่มีปัญหาครับ..."

         "ได้ๆ..เจ้าไปกับเราด้วย ส่างปา..."เชษฐา บอกพรานหนุ่ม

         "ส่างป่า นี่นอกจากจะเก่งในการสะกดรอยเเล้วยังนวดเก่งอีกด้วยนะครับ"

""อ้อ..หยั่งงั้นเรอะ..."

"เวลาผมเหงาๆก็ได้ ส่างปา นี่ ละครับมาช่วยเเก้เหงา"ระพินท์ พูดพลางขยิบตาให้ส่างปา

"เจ้านาย ขี้เมื่อยมากครับ ถ้าไม่ได้ผมคงเเย่"

ชัยยันต์ ได้ฟังก็เเอบยิ้มในใจ....

"พูดเเล้วชักครึ้ม...มา..ส่างปา นวดให้ข้าหน่อย"

พํดจบ รพินทร์ ก็เดินนำ ส่างปา ไปหลังพุ่มไม้ ชัยยันต์ มองตาม เเต่พุ่มไม้ที่หนาทึบทำให้มองไม่เห็นได้ยินเเต่เสียง...อือๆๆ.....อือๆๆๆ..ดังมาจากหลังพุ่มไม้

หลังพุ่มไม้ที่หนาทึบ ส่างปา นอนทับ ระพินทร์ อยู่ตูดยังคงเกร็ง กล้ามตูดขึ้นเป็นมัดๆ
"ขอบใจมากนะ ส่างปา ถ้าไม่มีนาย ข้าคงเงี่ยนเเย่..."
"ยินดีรับใช้ครับ เจ้านาย"
ตำรานวดพื้นบ้านของนายนี่มันเด็ดจริงๆ...พับผ่า.."
."...อือ...อือ...."
"อืออออ..."
มีเสียงตะโกนจากเศรษฐา"รพินทร์ เสร็จรึยัง ออกเดินทางได้เเล้ว"
"เกือบเสร์จเเล้วครับ...อีก...อีก...แป๊....เเป้บบ..เดียว..."
ครู่เดียวสองพรานหนุ่มก็เดินยื้มร่าออกมาจากหลังพุ่มไม้
"ตัวเบาเลยครับเจ้านาย "
"อื่มมม...ดี..ดี.."
กลุ่มนายจ้างกับสองพรานหนุ่มเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ ปล่อยให้ ดาริน อยู่กับกลุ่มพรานที่เหลือ
เพียงลำพัง







        

 



ความคิดเห็น